กฎหมาย/ระเบียบที่เกี่ยวข้อง

       รวมกฎหมาย/ระเบียบ

สำหรับเจ้าหน้าที่

      Administrator

บทความที่น่าสนใจ

 

[ งานทะเบียนราษฏร ] 
      

หลักเกณท์ :
เจ้าบ้าน เป็นผู้มีหน้าที่ต้องแจ้งเกี่ยวกับการต่าง ๆ ที่ได้บัญญัติไว้ตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 เช่น การแจ้งเกิด แจ้งตาย แจ้งย้ายที่อยู่ หรือเรื่องอื่น ๆ เกี่ยวกับบ้าน โดยอาจมอบหมายให้ผู้อื่นไปดำเนินการแทนได้ หากเจ้าบ้านไม่อยู่ เช่น ไปต่างประเทศ หรืออยู่แต่ไม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้ ผู้มีชื่อในทะเบียนบ้าน ซึ่งรายการในช่องสถานภาพมิได้ระบุเป็น “เจ้าบ้าน” ประสงค์จะทำหน้าที่เป็น “เจ้าบ้าน” เพื่อดำเนินการตามกฎหมายทะเบียนราษฎร
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ :
หนังสือมอบหมายจากเจ้าบ้านระบุรายละเอียดชัดเจนว่ามอบให้ใครทำอ ะไร และลงชื่อผู้มอบ
สำเนาทะเบียนบ้าน ฉบับเจ้าบ้าน ของเจ้าบ้าน
บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน
บัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบหมาย หรือผู้ทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้าน

การขอเลขที่บ้าน กรณี มีใบอนุญาตปลูกสร้างอาคาร
หลักเกณฑ์ :

ถ้าบ้านที่ปลูกสร้างใหม่ อยู่ในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร เจ้าบ้านจะต้องแจ้งขออนุญาตปลูกสร้าง อาคาร ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ได้ที่ส่วนควบคุมอาคารและผังเมือง อาคาร ๑ ชั้น ๒ กองการช่าง สำนักงานเทศบาลเมืองพิจิตร เพื่อขอเอกสารคำร้องใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (อ ๑) และแบบแปลนพิมพ์เขียว ที่ได้รับอนุญาตจากพนักงานท้องถิ่น สำหรับนำไปประกอบการยื่นคำร้องขอเลขที่บ้าน และเมื่อสร้างบ้านเสร็จแล้วไปให้นำเอกสารหลักฐานประกอบการขอเลข ที่บ้านไปติดต่อ ณ ที่งานทะเบียนและบัตร อาคาร 2 สำนักงานเทศบาลเมืองพิจิตร
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ :
ใบอนุญาตปลูกสร้างอาคาร และแบบแปลนพิมพ์เขียว
บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของอาคาร หรือบัตรประจำตัวประชาชนกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม (กรณี เจ้าของอาคารเป็นนิติบุคคล)
หนังสือยินยอมจากเจ้าของที่ดิน (ถ้ามี) พร้อมสำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัว และหลักฐาน
แสดงว่า เป็นเจ้าของที่ดิน
บัตรประจำตัว หรือสำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวในฐานะผู้มอบหมาย กรณี มอบหมายให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน หากเป็นนิติบุคคลจะต้องมีหนังสือรับรองบริษัทหรือหุ้นส่วนจำกัด ด้วย)


การขอเลขที่บ้าน กรณี บุกรุกที่สาธารณะ หรือไม่มีใบอนุญาตปลูกสร้างอาคาร ( ทะเบียนบ้านชั่วคราว )

หลักเกณฑ์ :
บ้านที่ปลูกสร้างในที่สาธารณะ หรือโดยบุกรุกป่าสงวน หรือโดยมิได้รับอนุญาตตามกฏหมายว่า ด้วยการควบคุมการก่อสร้าง หรือตามกฎหมายอื่น ให้ถือเป็นบ้านที่จะต้องกำหนดบ้านเลขที่ชั่วคราว โดยนายทะเบียนจะจัดทำทะเบียนบ้านให้ระบุคำว่า “ทะเบียนบ้านชั่วคราว” ในแบบพิมพ์ทะเบียนบ้าน เมื่อได้รับการแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว นายทะเบียนจะขีดฆ่าคำว่า “ทะเบียนบ้านชั่วคราว” ออกไป
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ :
บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของอาคาร
หนังสือมอบหมายและบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบและผู้รับ มอบ (กรณีมอบหมาย)
โฉนดที่ดิน (ถ้ามี)


การแก้ไขรายการบ้าน กรณี รายการบ้านผิดไปจากข้อเท็จจริง หรือมีเลขเลขซ้ำกัน
หลักเกณฑ์ :
กรณี ที่มีรายการของบ้านในทะเบียนบ้านผิดไปจากข้อเท็จจริง เจ้าบ้าน ต้องมาแจ้งนาย –ทะเบียน เพื่อตรวจสอบและแก้ไขให้ หรือมีบ้านเลขที่ซ้ำกัน นายทะเบียนจะตรวจสอบและสอบสวนข้อเท็จจริงว่าบ้านหลังใดได้เลขที ่บ้านมาก่อน ทั้งนี้ ให้ถือว่า บ้านเลขที่ที่กำหนดให้ก่อนเป็นบ้านเลขที่ที่ถูกต้อง เว้นแต่นายทะเบียนจะเห็นสมควรกำหนดบ้านเลขที่ให้ใหม่
ผู้มีหน้าที่แจ้ง : เจ้าบ้าน
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ :
บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าบ้าน
สำเนาทะเบียนบ้าน ฉบับเจ้าบ้าน
หนังสือมอบหมายและบัตรประจำตัวผู้รับมอบ (กรณีมอบหมาย)

การรับแจ้งการเกิดในกำหนดเวลา ( แจ้งเกิดในท้องที่สำนักทะเบียนที่เกิด)

หลักเกณฑ์ :
เมื่อมีคนเกิดในบ้าน / ในโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาล ให้แจ้งต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่เด็กเกิดภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เด็กเกิด หากเกินกำหนดมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท โดยให้แจ้งชื่อคนเกิดให้ถูกต้องตามหลักการตั้งชื่อบุคคล พร้อมกับการแจ้งการเกิด
ผู้แจ้ง : ได้แก่ บิดา หรือมารดา หรือเจ้าบ้านที่เด็กเกิด หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากบิดา มารดา หรือเจ้าบ้าน

เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ :

บัตรประจำตัวของผู้แจ้ง (บิดา หรือมารดา หรือเจ้าบ้านที่เด็กเกิด)
กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ให้เรียกหลักฐาน
- บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบหมาย
- หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
. หนังสือรับรองการเกิดตามแบบพิมพ์ ท.ร. 1/1 (โรงพยาบาลที่เด็กเกิดออกให้)
บัตรประจำตัวของบิดามารดา (ถ้ามี)
พยานบุคคลอย่างน้อย 2 คน
กรณี เพิ่มชื่อเด็กที่เกิดเข้าในทะเบียนบ้านในเขตท้องที่ที่เด็กเกิด ต้องมีสำนักทะเบียนบ้าน

การแจ้งการเกิดภายในกำหนดเวลา (แจ้งเกิดต่างท้องที่สำนักทะเบียนที่เกิด)

หลักเกณฑ์ :
เมื่อมีคนเกิดในบ้าน / ในโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาล และไม่ได้แจ้งเด็กเกิดต่อนายทะเบียน ณ สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่เด็กเ กิด แต่จะมาแจ้งการเกิด ณ สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่บิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน และต้องแจ้งเด็กเกิดภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เด็กเกิด หากเกินกำหนดมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
ผู้แจ้ง : ได้แก่ บิดา หรือมารดา หรือเจ้าบ้านที่เด็กเกิด หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากบิดา มารดา หรือเจ้าบ้าน

เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ :
บัตรประจำตัวของผู้แจ้ง (บิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครองโดยชอบด้วยกำหมายของเด็กที่เกิด)
กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ให้เรียกหลักฐาน
- บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบหมาย
- หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
หนังสือรับรองการเกิดตามแบบพิมพ์ ท.ร. 1/1 (โรงพยาบาลที่เด็กเกิดออกให้) หรือผล
ตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งแสดงความสัมพันธ์การเป็นบิดามารดาของเด็กที่เกิดอย่างใดอย่ างหนึ่ง
บัตรประจำตัวของบิดามารดา (ถ้ามี)
พยานบุคคลอย่างน้อย 2 คน
กรณี เพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเทศบาล(ท้องที่) ต้องมีทะเบียนบ้าน ฉบับเจ้าบ้าน
อัตราค่าธรรมเนียม 20 บาท


การแจ้งการเกิดเกินกำหนด
หลักเกณฑ์ :
เป็นการแจ้งการเกิดต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งเมื่อพ้นเวลาท ี่กฎหมายกำหนดไว้ (15 วัน) ตามกฎหมายมีบทกำหนดโทษ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
ผู้แจ้ง : ได้แก่ (๑) บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง กรณี บุคคลที่จะแจ้งการเกิดยังไม่บรรลุนิติภาวะ
(2) ผู้ที่ยังไม่ได้แจ้งการเกิดแจ้งด้วยตนเอง กรณีบรรลุนิติภาวะแล้ว


สถานที่แจ้งการเกิด :
ฝ่ายทะเบียน สำนักทะเบียนอำเภอ หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น แห่งท้องที่ที่เด็กเกิด กรณี เกิดในบ้าน หรือในสถานพยาบาลที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร ให้ยื่นคำร้องที่ งานทะเบียนและบัตร ฝ่ายปกครอง สำนักปลัดเทศบาล เทศบาลเมืองพิจิตร

เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ :
บัตรประจำตัวของผู้แจ้ง (บิดา มารดา หรือผู้ปกครองของเด็ก)
กรณี มอบหมาย ให้แจ้งแทนต้องมี
- บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบ
- หนังสือมอบหมาย
หนังสือรับรองการเกิด 1 (โรงพยาบาลที่เด็กเกิดออกให้) หรือผลตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งแสดง
ความสัมพันธ์การเป็นบิดามารดาของเด็กที่เกิดอย่างใดอย่างหนึ่ง
สำเนาทะเบียนบ้าน (ท.ร.๑๔) ที่มีชื่อบิดามารดา หรือผู้ปกครองของเด็ก (ถ้ามี)
พยานบุคคลที่ให้การรับรอง และบัตรประจำตัวฯ
รูปถ่ายของบุคคลที่ขอแจ้งการเกิดขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
กรณี เพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านในเขตท้องที่ ให้นำทะเบียนบ้าน ฉบับเจ้าบ้าน


การแจ้งการเกิดเกินกำหนด (แจ้งต่างท้องที่สำนักทะเบียนที่เกิด)
หลักเกณฑ์ :
เป็นการแจ้งการเกิดต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งเมื่อพ้นเวลาท ี่กฎหมายกำหนดไว้ (15 วัน) ตามกฎหมายต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท และผู้แจ้งมีความประสงค์แจ้งการเกิด ณ สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ ที่ บิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
ผู้แจ้ง : ได้แก่ (๑) บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง กรณี บุคคลที่จะแจ้งการเกิดยังไม่บรรลุนิติภาวะ
(2) ผู้ที่ยังไม่ได้แจ้งการเกิดแจ้งด้วยตนเอง กรณีบรรลุนิติภาวะแล้ว
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ :
บัตรประจำตัวของผู้แจ้ง (บิดา มารดา หรือผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฏหมายของเด็กที่เกิด)
กรณี มอบหมาย ให้แจ้งแทนต้องมี
- บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบ
- หนังสือมอบหมาย
หนังสือรับรองการเกิด 1 (โรงพยาบาลที่เด็กเกิดออกให้) หรือผลตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งแสดง

สำเนาทะเบียนบ้าน (ท.ร.๑๔) ที่มีชื่อบิดามารดา หรือผู้ปกครองของเด็ก (ถ้ามี)
พยานบุคคลที่ให้การรับรอง และบัตรประจำตัวฯ

ความสัมพันธ์การเป็นบิดามารดาของเด็กที่เกิดอย่างใดอย่างหนึ่ง
สำเนาทะเบียนบ้าน (ท.ร.๑๔) ที่มีชื่อบิดามารดา หรือผู้ปกครองของเด็ก
บัตรประจำตัวประชาชน หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของบิดามารดา หรือผู้ปกครองเด็ก (ถ้ามี)
พยานบุคคลที่ให้การรับรอง 2 คน และบัตรประจำตัวฯ
รูปถ่ายของบุคคลที่ขอแจ้งการเกิดขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
กรณี เพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านในเขตท้องที่ ให้นำทะเบียนบ้าน ฉบับเจ้าบ้าน
อัตราค่าธรรมเนียม 20 บาท


การแจ้งการตาย (ตายในท้องที่, ตายในบ้าน, ตายนอกบ้าน)
หลักเกณฑ์ : เมื่อมีคนตายให้แจ้งการตาย
* (1) คนตายในบ้าน ให้เจ้าบ้านหรือผู้พบศพแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ ที่มีคนตาย ภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาตาย หรือพบศพ
*(2) คนตายนอกบ้าน ให้คนที่ไปกับผู้ตายหรือผู้พบศพแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่ งท้องที่ ที่มีการตายหรือพบศพ หรือแห่งท้องที่ ที่จะพึงแจ้งได้ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาตายหรือเวลาพบศพ กรณีเช่นนี้ จะแจ้งต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือ ตำรวจก็ได้
ผู้แจ้ง : - คนตายในบ้านให้เจ้าบ้านเป็นผู้แจ้ง
- คนตายในบ้านที่ไม่มีเจ้าบ้านให้ผู้พบศพเป็นผู้แจ้ง
- คนตายนอกบ้านให้บุคคลที่ไปกับผู้ตายหรือผู้พบศพเป็นผู้แจ้ง
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ :
สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่คนตายมีชื่อและรายการบุค คล (ถ้ามี)
หนังสือรับรองการตายจากโรงพยาบาล (ถ้ามี)
ใบรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือสถานบันนิติเวช หรือหนังสืออนุญาตจากพนักงาน
ผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่ออันตราย (กรณี ตายโดยผิดธรรมชาติ หรือตาย
ด้วยโรคติดต่อ)
หลักฐานของผู้ตาย (ถ้ามี)
หนังสือมอบหมายพร้อมบัตรประจำตัวผู้มอบหมาย (กรณี มอบหมายให้แจ้งแทน)

การรับแจ้งการตาย กรณี การแจ้งการตายต่างสำนักทะเบียนอื่น

หลักเกณฑ์ :
เมื่อมีคนตาย เจ้าบ้านหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน ไม่ได้แจ้งการตาย ต่อนายทะเบียน ณ สำนักทะเบียนที่มีการตายหรือพบศพ แต่มีความประสงค์ขอแจ้งการตาย ณ สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ภูมิลำเน าของคนตาย และหรือสถานที่จัดการศพก็ได้
ผู้แจ้ง : เจ้าบ้าน หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ :
บัตรประจำตัวผู้แจ้ง
บัตรประจำตัวของคนตาย (ถ้ามี)
สำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อคนตาย
หนังสือรับรองการตายตามแบบ ท.ร.4/1 ของสถานพยาบาลที่คนตายเข้ารับการรักษาก่อนตาย
ผลการตรวจ ดี เอ็นเอ ที่สามารถบ่งบอกตัวบุคคลของคนตาย (กรณี ไม่มีหลักฐาน ข้อ 4)
พยานหลักฐานอื่น (ถ้ามี) เช่น รูถ่ายงานศพของคนตาย
พยานบุคคลไม่น้อยกว่า 2 คน
หนังสือมอบหมายพร้อมบัตรประจำตัวผู้มอบหมาย (กรณี มอบหมายให้แจ้งแทน)
อัตราค่าธรรมเนียม 20 บาท

การแจ้งการตายเกินกำหนด

หลักเกณฑ์ :
เมื่อมีคนตาย เจ้าบ้านหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน ไม่ได้แจ้งการตาย ภายในเวลา 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาตาย หรือพบศพ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1000 บาท
ผู้แจ้ง : เจ้าบ้าน หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ :
สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่คนตายมีชื่อและรายการบุคคล (ถ้ามี)
หนังสือรับรองการตายจากโรงพยาบาล (ถ้ามี)
ใบรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือสถานบันนิติเวช หรือหนังสืออนุญาตจาก พนักงานผู้มี
หน้าที่ตามกฏหมายว่าด้วยโรคติดต่ออันตราย (กรณี ตามโดยผิดธรรมชาติ หรือตาย ด้วย
โรคติดต่อ) (ถ้ามี)
หลักฐานของผู้ตาย (ถ้ามี)
หนังสือมอบหมายพร้อมบัตรประจำตัวผู้มอบหมาย (กรณี มอบหมายให้แจ้งแทน)
พยานบุคคลรับรอง อย่างน้อย 2 คน

การรับแจ้งตายเกินกำหนด กรณี การแจ้งตายต่างสำนักทะเบียนอื่น

หลักเกณฑ์ :
เมื่อมีคนตายให้เจ้าบ้านหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน ไม่ได้แจ้งต่อนายทะเบียนท้องที่ที่มีคนตายภายใน 24 ชั่วโมง ณ สำนักทะเบียนท้องที่ที่มีคนตาย แต่มีความประสงค์ขอแจ้งการตาย ณ สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ภูมิลำเน าของคนตาย และหรือสถานที่จัดการศพ นายทะเบียนฯ จะดำเนินการเปรียบเทียบ ไม่เกิน 1000 บาท
ผู้แจ้ง : เจ้าบ้าน หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน

เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ :
บัตรประจำตัวผู้แจ้ง
บัตรประจำตัวของคนตาย (ถ้ามี)
สำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อคนตาย
หนังสือรับรองการตายตามแบบ ท.ร.4/1 ของสถานพยาบาลที่คนตายเข้ารับการรักษาก่อนตาย
ผลการตรวจ ดี เอ็นเอ ที่สามารถบ่งบอกตัวบุคคลของคนตาย (กรณี ไม่มีหลักฐาน ข้อ 4)
พยานหลักฐานอื่น (ถ้ามี) เช่น รูปถ่ายงานศพของคนตาย
พยานบุคคลไม่น้อยกว่า 2 คน
อัตราค่าธรรมเนียม 20 บาท

การแจ้งการย้ายที่อยู่ออกจากทะเบียนบ้าน

หลักเกณฑ์ : เมื่อมีผู้อยู่ในบ้านออกจากบ้าน ให้เจ้าบ้านแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับ แจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ ผู้นั้นย้ายออกไป โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม
ผู้แจ้ง : เจ้าบ้าน หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ :
บัตรประจำตัวของผู้แจ้ง
กรณี มอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
- บัตรประจำตัวของผู้มอบ และผู้รับมอบหมาย
- หนังสือมอบหมาย ( ถ้ามี )
สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน ที่จะแจ้งย้ายออก
คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว แลกัมพูชา ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ถ้าจะย้ายออกนอกพื้นที่ ต้องมีหนังสืออนุญาตออกนอกเขตจังหวัดของศูนย์ควบคุมผู้อพยพกระท รวงมหาดไทยด้วย
บุคคลที่ไม่มีสถานะทางการทะเบียนย้ายที่อยู่ ต้องมีหนังสืออนุญาตออกนอกเขตจากหน่วยงานที่ดูแลบุคคลดังกล่าว

การแจ้งย้ายเข้าในทะเบียนบ้าน
หลักเกณฑ์ : เมื่อมีผู้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน ให้เจ้าบ้านแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ผู้นั้นย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน ทั้งนี้ ให้นำหลักฐานการย้ายออกไปแสดงต่อนายทะเบียนด้วย โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม
ผู้แจ้ง : เจ้าบ้าน หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ :
บัตรประจำตัวของเจ้าบ้าน
สำเนาทะเบียนบ้าน ที่จะแจ้งย้ายเข้า
กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
- บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบหมาย
- หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
ใบแจ้งการย้ายที่อยู่ตอนที่ 1, 2 ที่ลงลายมือชื่อเจ้าบ้านผู้ยินยอมให้ย้ายเข้าในช่องเจ้าบ้านยิน ยอมให้ย้ายเข้า และลงชื่อผู้แจ้งแล้ว
คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว แลกัมพูชา ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ บุคคลที่ไม่มีสถานะทางการทะเบียนย้ายที่อยู่ ต้องมีหนังสืออนุญาตออกนอกเขตจังหวัดของหน่วยงานที่ดูแลบุคคลดั งกล่าว และหลักฐานที่แสดงว่า เจ้าบ้านยินยอมให้อาศัยอยู่ในบ้าน

การแจ้งย้ายออก และย้ายเข้าในเขตเดียวกัน
หลักเกณฑ์ :
กรณีที่มีบุคคลย้ายออกบ้านและย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน ในเขตท้องที่เดียวกัน (ภายในสำนักทะเบียนเดียวกัน) ให้เจ้าบ้านแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งภายใน 15 วัน โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม
ผู้แจ้ง : เจ้าบ้าน หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ :
บัตรประจำตัวของผู้แจ้ง
บัตรประจำตัวของเจ้าบ้าน และสำเนาทะเบียนบ้านที่จะแจ้งย้ายออก
บัตรประจำตัวของเจ้าบ้าน และสำเนาทะเบียนบ้านที่จะแจ้งย้ายเข้า หากบ้านดังกล่าวไม่มีทะเบียนบ้าน ฉบับเจ้าบ้านที่จะย้ายเข้า เจ้าบ้านต้องแสดงหลักฐานการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบ ครอง
กรณี มอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
- บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบหมาย
- หนังสือมอบหมาย ( ถ้ามี )

การแจ้งย้ายปลายทาง
หลักเกณฑ์ :
การแจ้งการย้ายที่อยู่ปลายทาง หมายความว่า ผู้ขอแจ้งย้ายไม่ต้อง เดินทางกลับไปขอแจ้งย้ายออก ณ สำนักทะเบียนเดิมที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน โดยผู้ขอแจ้งย้ายสามารถไปขอแจ้งย้ายออก และขอแจ้งย้ายเข้าต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่ไปอยู่ ใหม่โดยไม่ต้องเดินทางกลับไปขอแจ้งย้ายออก ณ สำนักทะเบียนเดิมที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
ผู้แจ้ง : บุคคลที่จะขอแจ้งย้ายที่อยู่
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ :
สำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน) ของบ้านที่จะย้ายเข้า
บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้งย้าย หรือบัตรประจำตัวตามกฎหมายอื่นพร้อมสำเนา บัตรที่ลงชื่อเจ้าของบัตร กำกับไว้
เจ้าบ้านที่จะย้ายเข้าอยู่ใหม่
บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้านที่จะย้ายเข้าอยู่ใหม่
หนังสือยินยอมให้แจ้งย้ายเข้าของเจ้าบ้านที่จะเข้าอยู่ให ม่ (กรณีเจ้าบ้านไม่สามารถไป ดำเนินการแจ้งย้ายได้)
หนังสือมอบหมายจากผู้ย้ายที่อยู่ บัตร ฯ พร้อมด้วยสำเนาบัตร ฯ ที่ลงชื่อเจ้าของบัตรกำกับไว้ ทั้งผู้มอบและ
ผู้รับมอบ (กรณีผู้แจ้งย้ายที่อยู่มอบผู้อื่นมาดำเนินการแทน ผู้รับมอบหมาย 1 คน ควรดำเนินการแทนผู้ประสงค์ จะแจ้งย้ายที่อยู่ปลายทางได้ไม่เกิน 3 คน และทั้ง 2 ฝ่ายควรเป็นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ กันไม่ว่าจะเป็นญาติ คนรู้จัก ผู้มีส่วนได้เสีย หรือผู้ที่มีนิติสัมพันธ์)
อัตราค่าธรรมเนียม 20 บาท

การรับแจ้งการย้ายที่อยู่ของคนที่ออกไปจากบ้านเป็นเวลานาน และไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ใด (ย้ายเข้าทะเบียนบ้านกลาง)
หลักเกณฑ์ :
บุคคลที่มีชื่อและรายการบุคคลอยู่ในทะเบียนบ้าน และได้ออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่นเกินกว่า 180 วัน และไม่ทราบว่า บุคคลดังกล่าวไปอยู่ที่ใด ให้เจ้าบ้านแจ้งต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นผู้ย้ ายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน โดยนายทะเบียนจะบันทึกสอบสวนเจ้าบ้านให้ได้ข้อเท็จจริงว่า บุคคลดังกล่าวได้ย้ายออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่นเกินกว่า 180 วัน และไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ใด
ผู้มีหน้าที่แจ้ง : เจ้าบ้าน
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ :
บัตรประจำตัวของเจ้าบ้าน และทะเบียนบ้าน ฉบับเจ้าบ้าน ที่ต้องการแจ้งย้ายออก
การแจ้งย้ายออกจากทะเบียนบ้านกลาง หรือทะเบียนประวัติกลาง

หลักเกณฑ์ :
บุคคลที่มีชื่อและรายการบุคคลอยู่ในทะเบียนบ้านกลา ง มีความประสงค์ขอแจ้งย้ายที่อยู่ ออกจากทะเบียนบ้านกลาง ให้ไปแสดงตนต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่ผู้นั้ นมีชื่ออยู่ เพื่อให้นายทะเบียนตรวจสอบหลักฐานแสดงให้เห็นว่า ผู้ขอแจ้งย้าย เป็นบุคคลคนเดียวกันกับบุคคลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง&am p;nb sp;
ผู้มีหน้าที่แจ้ง : เจ้าของชื่อและรายการบุคคลที่ปรากฏในฐานข้อมูลทะเบียนบ้านกลาง
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ :
กรณี มีเอกสารหลักฐานมาแสดง บัตรประจำตัวของผู้แจ้ง หรือหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า ผู้แจ้งเป็นบุคคลคนเดียวกันกับรายการที่จะแจ้งย้ายออกจากทะเบีย นบ้านกลาง หรือทะเบียนประวัติกลาง
กรณี รายการบุคคลที่จะย้ายออกเป็นผู้เยาว์ให้บิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครองเป็นผู้แจ้งโดยเรียกบัตรประจำตัวของผู้แจ้ง
กรณี คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า สาว และกัมพูชา ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ถ้าย้ายออกนอกพื้นที่ ต้องมีหนังสืออนุญาตออกนอกเขตจังหวัดของศูนย์ควบคุมผู้อพยพกระท รวงมหาดไทย หากเป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะทางการทะเบียนย้ายที่อยู่ ต้องมีหนังสืออนุญาตออกนอกเขตจากหน่วยงานที่ดูแลบุคคลดังกล่าว
กรณี มีเหตุจำเป็นไม่สามารถแจ้งการย้ายออกได้ด้วยตนเอง เนื่องจาก เป็นคนพิการจนเดินไม่ได้ หรือเป็นผู้เจ็บป่วยทุพพลภาพ หรือกรณีอื่น ให้บุคคลที่ได้รับมอบหมายจาก &nb sp; ผู้นั้นโดยตรงเป็นผู้แจ้งการย้ายแทน โดยต้องมีหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง /บัตรประจำตัวผู้ที่จะย้ายที่อยู่ (ถ้ามี) หนังสือมอบหมาย ใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบัน (ถ้ามี)
การเพิ่มชื่อและรายการบุคคลเข้าในทะเบียนบ้าน
กรณี เป็นบุคคลสัญชาติไทย เกิดต่างประเทศ โดยมีหลักฐานรับรองการเกิด
หลักเกณฑ์ :
คนสัญชาติไทยที่เกิดในต่างประเทศโดยมีหลักฐานรับรอ งการเกิด มีความประสงค์จะขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) ให้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้อ งที่ที่ผู้ขอเพิ่มชื่อมีภูมิลำเนาอยู่ในปัจจุบัน
ผู้ยื่นคำร้อง : ผู้ขอเพิ่มชื่อ หรือบิดามารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมาย (กรณี ผู้ขอเพิ่มชื่อยังไม่บรรลุนิติภาวะ)
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ :
สำเนาทะเบียนบ้าน ของบ้านที่จะขอเพิ่มชื่อ
บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าบ้าน และบิดามารดา (ถ้ามี)
หลักฐานสูติบัตรที่ออกให้โดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกง สุลใหญ่ไทย หรือเอกสารรับรองการเกิดที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศท ี่เด็กเกิด ในหนังสือรับรองการเกิดจะต้องมีรายการหรือข้อเท็จจริงแสดงว่า เด็กมีสัญชาติไทย ซึ่งแปลเป็นภาษาไทย และผ่านการรับรองคำแปลถูกต้องโดยกระทรวงการต่างประเทศไทย ถ้าหลักฐานการเกิดไม่ปรากฏรายการสัญชาติบิดามารดา จะต้องเพิ่มหลักฐาน ทะเบียนของบิดา มารดา ที่ปรากฏรายการสัญชาติไทย เพื่อยืนยันการได้สัญชาติไทยของผู้ขอเพิ่มชื่อ
หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ของผู้ขอเพิ่มชื่อ
รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
พยานบุคคลที่น่าเชื่อถือ ซึ่งสามารถรับรองและยืนยันตัวบุคคลได้

กรณี บุคคลอ้างว่ามีสัญชาติไทย ขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน โดยไม่มีหลักฐานเอกสารมาแสดงว่า เป็นคนมีสัญชาติไทย
หลักเกณฑ์ :
บุคคลอ้างว่า เป็นคนมีสัญชาติไทย มีความประสงค์จะขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) โดยไม่มีหลีกฐานเอกสารมาแสดงว่าเป็นคนมีสัญชาติไทย ให้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้อ งที่ที่ผู้ขอเพิ่มชื่อมีภูมิลำเนาอยู่ในปัจจุบัน
ผู้ยื่นคำร้อง : ผู้ขอเพิ่ม หรือเจ้าบ้าน
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ :
สำเนาทะเบียนบ้าน ของบ้านที่จะขอเพิ่มชื่อ
บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร้อง (ถ้ามี)
เอกสารที่ทางราชการออกให้ (ถ้ามี) เช่น หลักฐานทางการศึกษา หลักฐานทางทหาร ทะเบียนนักเรียน เป็นต้น
รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
พยานบุคคลที่น่าเชื่อถือสามารถรับรองและยืนยันตัวบุคคลได ้ เช่นบิดามารดา ญาติพี่น้อง

การขอตรวจ คัดและรับรองสำเนารายการทะเบียนราษฎร
ตามที่ปรากฏในเอกสารต้นฉบับ หรือเอกสารหลักฐานที่เก็บต้นฉบับเอกสารการทะเบียน

หลักเกณฑ์ :
ผู้มีส่วนได้เสียจะขอให้นายทะเบียนตรวจ คัด หรือคัดรับรองสำเนารายการเอกสารทะเบียนราษฎร ได้เฉพาะรายการจากเอกสารทะเบียนบ้าน ทะเบียนคนเกิด และทะเบียนคนตาย ตามที่ปรากฏในเอกสารต้นฉบับ หรือหลักฐานเอกสารของสำนักทะเบียนที่เก็บรักษาเอกสารทะเบียนราษ ฎรซึ่งเป็นต้นฉบับ และให้รวมถึงการตรวจ คัด หรือ คัดและรับรองสำเนารายการทะเบียนบ้าน ทะเบียนคนเกิด ทะเบียนคนตายจากฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร จากสำนักทะเบียนที่จัดทำทะเบียนราษฎรด้วยระบบคอมพิวเตอร์ แห่งใดแห่งหนึ่งก็ได้ในวันเวลาราชการ
ผู้ยื่นคำร้อง : เจ้าบ้าน / ผู้มีชื่อและรายการปรากฏในเอกสารที่จะขอตรวจ หรือคัดและรับรองสำเนา / บุคคลหรือนิติบุคคลใดที่มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับเอกสารทะเบียนรา ษฎรไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม
ค่าธรรมเนียม : ฉบับละ 20 บาท
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ :
กรณี เจ้าของรายการมาดำเนินการด้วยตนเอง
- บัตรประจำตัวของผู้ยื่นคำร้อง
กรณี ผู้มีส่วยได้เสียขอคัดรายการของบุคคลอื่น
- บัตรประจำตัวของผู้ยื่นคำร้อง
- เอกสารหลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียพร้อมสำเนา
กรณี เจ้าของรายการหรือผู้มีส่วนได้เสียมอบให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน
- บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบ
- หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
กรณี ทนายความ มาดำเนินการ
- หลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสีย
- บัตรประจำตัวของทนาย

    ทำรายการเมื่อ: 23-กค.-2015at 14:39
 

 

พัฒนาโดย : กองวิชาการและแผนงานเทศบาลเมืองพิจิตร
เทศบาลเมืองพิจิตร  ถนนบุษบา อำเภอเมือง  จังหวัดพิจิตร  66000  โทรศัพท์ 0-5661-2119
Email :
phichit@phichitmuni.go.th
Copyright 2013.phichitmuni.go.th All rights reserved. Powered by IPN Engineer Co.,Ltd.